Advertisements

ขจร

ชื่อสามัญ: Cowslip Creeper Flower

ชื่อวิทยาศาสตร์: Telosma minor Craib.

ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ: ในแต่ละภาคก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน ในภาคกลางเราก็จะเรียกขจร หรือ สลิด ส่วนในภาคเหนือเราจะเรียกกันว่า กะจอน/ผักสลิด

ถิ่นกำเนิดของขจร: ถิ่นกำเนิดของขจรนั้น อยู่แถวทวีปเอเชียเรานี่เอง ซึ่งปะเทศที่เป็นถิ่นกำเนิดของเอเชียได้แก่ ประเทศจีนและอินเดีย

ต้นขจร

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของขจร

ขจรนั้นจัดได้ว่าเป็นไม้เลื้อย ที่ลำต้นมักจะเลื้อยพันไปกับต้นไม้ใหญ่ ส่วนปลายของใบจะมีลักษณะแหลมคล้ายกับรูปหัวใจ กว้างประมาณ 4-8ซม. ยาวประมาณ 6-10ซม. ก้านใบยาวประมาณ 1-2ซม. ดอกจะออกเป็นช่อตามซอกกิ่ง โดยจะมีกลีบดอกสีเหลืองอ่อน ฝักจะมีขนาดเล็ก ลักษณะยาวรี โดยเมล็ดเกาะอยู่กับใยสีขาว และฝักจะแตกออกเมื่อแก่ได้ที่ ส่วนเมล็ดก็จะดีดออกไปตามที่ต่างๆ

ฤดูกาลที่ขจรเจริญเติบโต: ขจรจะเจริญเติบโตในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนกรกฎาคม ซึ่งจะอยู่ในช่วงฤดูฝน

แหล่งปลูก: ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกกันในจังหวัดอุบลธานีและจังหวัดอ่างทอง แต่โดยปกติแล้วต้นขจรจะขึ้นได้เองตามธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งเราจะสามารถพบได้ตามป่าดิบแล้ง หรือพบเห็นปลูกกันตามหน้าบ้าน

Advertisements

เมนูที่ทำจากขจร: ขจรสามารถนำมากินสดๆจิ้มกับน้ำพริกก็ได้ และสามารถนำใบอ่อน/ดอกตูมมาผัดกับน้ำมันมารับประทานได้ หรือจะนำไปใส่กับแกงป่า, แกงส้ม

อาหารขจร

สรรพคุณทางยาและประโยชน์ของขจร

ขจรนั้นถือว่ามีสรรพคุณต่างๆมากมาย ดังต่อไปนี้

  1. รากสามารถนำมาบดผสมกับยาหยอดตาได้ เพื่อรักษาอาการตาอักเสบ
  2. ช่วยบำรุงตับได้
  3. ช่วยขับเสมหะ
  4. ช่วยเรื่องโลหิตเป็นพิษได้
  5. ช่วยทำให้อาเจียนเพื่อรักษาอาการเป็นพิษเบื่อเมาได้
  6. ดอกจะช่วยบำรุงปอดและตับได้
  7. ดอกยังช่วยบำรุงร่างกายสำหรับสตรีมีประจำเดือนด้วย
  8. ช่วยบำรุงหัวใจได้
  9. ดอกยังสามารถช่วยอาการวิงเวียนและอาการคลื่นไส้ได้
  10. ช่วยเรื่องของระบบขับถ่าย

ใบขจร

คุณค่าทางอาหารของขจร

โดยในขจร 100กรัม จะประกอบไปด้วย

  • พลังงานประมาณ 70 กิโลแคลอรี่
  • เส้นใย 2กรัม
  • เหล็ก 1มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 70มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 90มิลลิกรัม
  • วิตามินเอ 3,000IU
  • วิตามินบี1 0.1ใิลิกรัม
  • วิตามินซี 5มิลลิกรัม
  • ไนอะซิน 1.5มิลลิกรัม

เกษตรทำเงิน : ปลูกดอกขจรทำรายได้หลักแสนต่อปี

ผักขจร ผักสลิด วิธีปลูก

Advertisements