ผักตระกูล แตง

ฟักทอง (Pumpkin)

Advertisements

ฟักทอง Pumpkin

ฟักทอง (Pumpkin) เป็นพืชผักที่จัดอยู่ในกลุ่มพืชตระกูลแตง (Cucurbitaceae) ซึ่งได้แก่ ฟักทอง แตงกวา แตงร้าน ฟักแฟง มะระ บวบ แตงโม แคนตาลูป ฯลฯ เป็นพืชผักที่มีราคาถูก มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณและถนอมสายตา นำมาทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ยอดอ่อนนำมาลวกจิ้มน้ำพริก หรือใส่แกงเลียง แกงส้มเปรอะ แกงส้ม เป็นต้น เนื้อใช้ทำอาหารได้ทั้งคาว-หวาน ทั้งผัด-แกง-ขนม และใช้เป็นอาหารเสริมในเด็กเล็ก รวมทั้งดัดแปลงมาใช้โรยหน้าหรือปนในขนมต่างๆ ทำให้มีสีสันสวยงาม และมีคุณค่าทางอาหารมากยิ่งขึ้น

แหล่งปลูก ฟักทอง (Pumpkin) ในประเทศไทย มีหลายจังหวัด แต่ที่ปลูกมากคือ ศรีษะเกษ, สกลนคร, ขอนแก่น, กาญจนบุรี, ชุมพร และฉะเชิงเทรา ซึ่งจะทยอยกันให้ผลิต ออกมาสู่ท้องตลาด ทำให้มีฟักทองขายตลอดทั้งปี

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของ ฟักทอง (Pumpkin) ฟักทองเป็นพืชผักที่มีลำต้นทอดและเลื้อยไปตามพื้นดิน เช่นเดียวกับแตงโม มีดอกสีเหลือง ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะแยกกันแต่อยู่ในต้นเดียวกัน ดังนั้น จึงต้องการช่วยผสมเกสร โดยวิธีธรรมชาติ เช่น ลมพัด หรือมีแมลงผสมเกสร หรือผู้ปลูกช่วยผสมเกสรเพื่อการติดผล เป็นไม้เถาอ่อน มีขนสากมือ มีหนวดสำหรับเกี่ยวพันทอดไปตามพื้นดิน จึงต้องการเนื้อที่ปลูกมากกว่าพืชผักอื่นๆ เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ที่มีอายุปีเดียว (ฤดูเดียว) เมื่อให้ผลแล้วก็ตายไป มีหลายพันธุ์ทั้งแบบต้นเลื้อยและเป็นพุ่มเตี้ย พันธุ์เบามีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 50-60 วัน ส่วนพันธุ์หนักมีอายุตั้งแต่หยอดเมล็ดจนติดผลอ่อน 45-60 วันและให้ผลแก่เมื่อ 120-180 วัน โดยทยอยเก็บผลได้หลายครั้งจนหมดผล

ฟักทอง Pumpkin

พันธุ์ฟักทอง (Pumpkin)
มีพันธุ์พื้นเมืองหลายพันธุ์ เรียกตามลักษณะของผล เช่น พันธุ์ข้องปลา จะมีลักษณะของผลคล้ายข้องปลา, พันธุ์ผลมะพร้าว จะมีลักษณะผลคล้ายมะพร้าว เป็นต้น
ฟักทองพันธุ์ดำ เมื่อแก่เปลือกจะมีสีเขียวเข้มอมดำ เปลือกจะขรุขระเป็นปุ่มปม คล้ายผิวคางคก (บางทีก็เรียกพันธุ์คางคก) ก้นของผลยุบเข้าไปในผล ทำให้ปอกเปลือกยาก แต่เป็นพันธุ์หนักผลโต
ฟักทองพันธุ์น้ำตก ผิวจะไม่ค่อยขรุขระนัก ก้นของผลจะนูนออกมา ทำให้ปอกเปลือกง่าย ผลเล็กกว่าพันธุ์ดำเล็กน้อย
พันธุ์ฟักทองนี้ จะมีชื่อเรียกแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน มีขนาดรูปร่างสีเปลือก ผล และเนื้อก็แตกต่างกันไป พันธุ์เบาให้ผลเล็ก อายุเก็บเกี่ยว 120-180 วัน โดยทยอยเก็บผลได้เรื่อยๆ 4-5 ครั้ง ต้นหนึ่งๆ จะให้ผลได้ 4-5 ผล หรือมากกว่าถึง 7 ผล

สภาพแวดล้อมที่แหมาะสมต่อการปลูก ฟักทอง (Pumpkin)
ฟักทอง (Pumpkin) ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิดที่มีการปลูกผัก ชอบดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ดี และมีการระบายน้ำดี มีค่าความเป็นกรด-ด่างของดินระหว่าง 5.5-6.8 (ชอบดินเป็นกรดเล็กน้อย) ชอบอากาศแห้ง ดินไม่ชื้นแฉะ และน้ำไม่ขัง
ฤดูปลูก ส่วนมากจะเริ่มปลูกในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์-มีนาคม หรือหลังฤดูทำนา แต่สามารถได้ดีในปลายฤดูฝน และต้นฤดูหนาวคือช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม และปลูกได้ดีที่สุดคือช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธุ์

การเตรียมดินปลูก ฟักทอง (Pumpkin)
การปลูกฟักทองคล้ายๆ กับแตงโม ควรขุดไถดินลึกประมาณ 25-30 ซม. เพราะเป็นพืชที่มีระบบรากลึก ควรตากดินทิ้งไว้ 5-7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัชพืชได้บ้าง ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน แล้วจึงย่อยพรวนดินให้ร่วนซุยเก็บเศษวัชพืชต่างๆ ออกจากแปลงให้หมด

ปลูกฟักทอง Pumpkin

Advertisements

การปลูกฟักทอง (Pumpkin)
การปลูกฟักทอง พันธุ์ที่มีลำต้นเลื้อยและให้ผลใหญ่ ใช้เนื้อที่ปลูกมาก โดยใช้ระยะปลูก 3×3 เมตร พันธุ์ที่มีทรงต้นพุ่ม ให้ผลขนาดเล็ก ใช้ระยะปลูก 75×150 ซม. (พันธุ์เบา) ใช้วิธีหยอดหลุมปลูก หลุมละ 3-5 เมล็ด ลึกประมาณ 3-5 ซม. แล้วกลบหลุม ถ้ามีฟางข้าวแห้ง ให้นำมาคลุมแปลงปลูก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าดิน และเมล็ดพันธุ์จะงอกเป็นต้นกล้า ตั้งตัวได้เร็วการหยอดหลุมปลูกในแปลง จะได้ต้นกล้าที่แข็งแรง และโตเร็วกว่า การย้ายกล้าจากถุงมาปลูก หากหลุมใดไม่งอก แม้จะนำมาปลูกซ่อม ก็จะเจริญไม่ทัน แต่หากว่างไว้ จะกินเนื้อที่ว่างมาก ควรปลูกซ่อม แต่จะเก็บผลได้ช้ามาก

การดูแลรักษาฟักทอง (Pumpkin)
เมื่อต้นกล้างอกจะมีใบจริง 2-3 ใบแล้ว ควรถอนแยกต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป เหลือต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เหลือหลุมละ 2 ต้น และรดน้ำทุกวัน
เมื่อต้นกล้าเจริญจนไม่มีใบจริง 4 ใบ ช่วงนี้ให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตหรือปุ๋ยผัก (21-0-0) ละลายน้ำแล้วใช้รดต้นฟักทอง ต้องรดน้ำทุกวัน
เมื่อฟักทองเริ่มออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 (หรือสูตรใกล้เคียงกัน เช่น 13-13-27 หรือ 14-14-21) โรยรอบๆ ต้นแล้วรดน้ำตามและใส่ปุ๋ยอีกครั้งเมื่อฟักทองเริ่มติดผลอ่อน
พันธุ์ฟักทองที่เป็นพันธุ์หนักให้ผลโต อายุเก็บเกี่ยวยาวนาน ดังนั้นการใส่ปุ๋ยให้ฟักทองพันธุ์หนักควรใส่มากกว่าพันธุ์เบา
การรดน้ำ ต้องรดน้ำทุกวัน จนคะเนว่าอีก 15 วัน จะเก็บผลแก่ได้ จึงเลิกรดน้ำ
การกำจัดวัชพืช ควรทำในระยะแรก เพื่อให้ดินร่วนซุยและโปร่ง พอต้นฟักทองมีใบปกคลุมดินแล้วก็ไม่ต้องกำจัดวัชพืช
การช่วยผสมเกสร เมื่อดอกฟักทองกำลังบานให้เลือกดอกตัวผู้ เด็ดมาแล้วปลิดกลีบดอกออกให้หมด นำไปเคาะละอองเกสรตัวผู้ให้ตกลงบนดอกตัวเมีย ถ้าติดผลจะให้ผลอ่อน ถ้าไม่ติดผลดอกตัวเมียจะฝ่อไป วิธีนี้เรียกว่า “การต่อดอก” การต่อดอก โดยปลิดกลีบดอกตัวผู้ออก แล้วนำไปเคาะให้ละอองเกสรตกลงบนดอกตัวเมีย อีกวิธีหนึ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกฟักทอง จ.สกลนคร แนะนำเทคนิคง่ายๆ คือ เอานมผงที่ใช้เลี้ยงทารกผสมน้ำพอประมาณ พ่นใส่ดอกฟักทองในระยะที่ดอกกำลังบาน เพื่อล่อแมลงมาช่วยผสมเกสร วิธีนี้ช่วยให้ฟักทองติดผลทุกเถา โดยไม่ต้องต่อดอก

การเก็บเกี่ยวผลผลิต ฟักทอง (Pumpkin)
ฟักทอง เป็นพืชผักที่แมลงไม่ค่อยชอบทำลายเมื่อผลแก่เก็บเกี่ยวไว้เลยโดยสังเกตสีเปลือก สีจะกลมกลืนเป็นสีเดียวกัน ไม่แตกต่างกันมากนักดูนวลขึ้นเต็มทั้งผล คือมีนวลขึ้นตั้งแต่ขั้วไปจนตลอดก้นผล แสดงว่าแก่จัดการเก็บควรเหลือขั้วติดไว้ด้วยสักพอประมาณเพื่อช่วยให้เก็บรักษาได้นานขึ้นสามารถเก็บผลไว้รอขาย หรือบริโภคได้นานๆ โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น

การให้ผลผลิต ฟักทอง (Pumpkin)
จะทยอยเก็บผลได้ 5-6 ครั้ง เก็บได้เรื่อยๆ ถ้าปลูกเดือนกุมภาพันธ์จะเก็บผลได้ในเดือนมิถุนายน (พันธุ์หนัก) ทยอยเก็บไปได้เรื่อยๆ จนเดือนกรกฎาคม ต้นหนึ่งถึง 5-7 ผล 1 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 1-1.5 ตัน ถ้าดูแลรักษาใส่ปุ๋ยดีจะให้ถึง 2 ตัน (น้ำหนักสด) ถ้าพันธุ์เบา ปลูกได้ 50-60 วัน ก็เก็บผลได้

ฟาร์มฟักทอง Pumpkin

โรคและแมลงที่สำคัญของ ฟักทอง (Pumpkin)

  1. โรคเถาเหี่ยว (เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย) ลักษณะคือใบในเถาจะเหี่ยวลงทีละใบ เมื่อเหี่ยวจากปลายเถามาโคนเถาแล้ว จะเหี่ยวพร้อมกันหมดทั้งต้น ถ้าเอามีดเฉือนเถาที่เหี่ยวดูตามความยาวจะเห็นว่า กลางลำต้นในเถาฉ่ำน้ำมากกว่าปกติ เชื้อแบคทีเรียนี้จะอาศัยอยู่ในตัวแมลงเต่าแตง เมื่อแมลงเต่ามากัดกินใบ จะนำเชื้อนี้เข้าสู่ต้นฟักทองและเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว
    การป้องกันกำจัด
    – ใช้สารเคมีเซพวิน 85 อัตรา 20-30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร (ห้ามใช้เกินจะทำให้ใบใหม้) ฉีดพ่นแมลงเต่าที่เป็นพาหะนำโรคเถาเหี่ยว โดยฉีดพ่นเมื่อต้นกล้าแข็งแรง พ่นทุก 5-7 วัน จนฟักทองเริ่มทอดยอด
  2. เพลี้ยไฟ เป็นแมลงขนาดเล็กมาก ตัวอ่อนจะมีสีแสด ตัวแก่จะเป็นสีดำตัวขนาดเท่าปลายเข็มจะดูดน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อนและใต้ใบอ่อน ทำให้ยอดหดสั้นปล้องถี่ ยอดชูตั้งขึ้น หรือเรียกว่า โรคยอดตั้ง (ไอ้โต้ง) ถ้าพึ่งเริ่มเป็นใหม่ๆ แล้วมีฝนตกมาหรือให้น้ำทั่วถึงเพลี้ยไฟจะหายไป
    การป้องกันกำจัด

    1. ปลูกมะระล้อมไว้สัก 2 ชั้น แล้วจึงปลูกฟักทอง เพราะมะระจะต้านทานเพลี้ยไฟได้ดี หรือปลูกมะระแซมในแปลงที่ปลูกฟักทอง
    2. เพลี้ยไฟชอบระบาดในฤดูแล้ง ถ้ามีฝนมาจะหายไป เมื่อเพลี้ยไฟเข้าทำลายใช้แลนเนท หรือไรเนต หรือพอสซ์ ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน ถ้าระบาดมากฉีดพ่น 3-5 วัน โดยงดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน
Advertisements

26 Comments

  1. วิว

    ทำไมไม่ถึงมีส่วนประกอบละค่ะ

  2. เกษตรกรน้องใหม่

    ขอบคุณมากครับ แต่อยากได้วิธีกำจัดที่ไม่ต้องใช้สารเคมีนะครับ
    ตอนนี้แมลงเต่าแตงกำลังระบาดอย่างหนักเลยครับ

  3. เกษตรมือโปร

    ทำไมไม่มีสรรพคุณหละจ๊ะ

  4. พี

    ตอนนี้กำลังปลูกฟักทองอยู่อยากทราบว่าตอนเก็บราคาจะดีไหม
    ผมใช้วิธีปลูกแบบหลุมครับ

  5. น้ำขิง

    ตอนนี้ปลูกฟักทองอยู่เข้ามาเก็บข้อมูลค่ะ

  6. มือใหม่หัดปลูก

    อยากทราบชื่อพันธ์ฟักทองที่มัน และ อรอ่ย (หาซื้อได้ที่ไหนค่ะ ) ลองซื้อที่ขายเป็นซองๆ มาปลูกแล้ว หน้าซองเป็นลูกใหญ่สีเขียว เขียนกำกับว่า มัน เนื้อแน่น อร่อยใ เมื่อนำมาปลูกลูกใหญ่บ้าง และเล็กบ้าง ลูกใหญ่ก็ประมาณ 10 ก.ก สว่นลูกเล็กก็ไม่มากเท่าไหร่ซัก 4-5 ก.ก และกายเป็นสีเหลืองมีสีเขียวนิดดดดดดดเดียวจริงๆ หรืออาจจะเป็นเพราะอากาศก็ไม่ทราบ ดิฉันอยู่ที่เยอรมัน จะปลูกฟักทองและผักต่างๆ ในชว่งหน้ารอ้นของที่นี่ อากาศก็จะประมาณ 20-34 แต่ละวันจะไม่เหมือนกัน เขียนยาวไปซะแล้ว ขอทราบชื่อพันธ์ และ ที่ซื้อด้วยค่ะ/ ขอบคุณที่ช่วยเหลือมือใหม่หัดปลูกค่ะ.

  7. korpot

    ฟักทองพันธุ์หนักและพันธุ์เบาเราควรเลือกซื้อสายพันธุ์อะไรข้อมูลดีมีประโยชน์ขอบคุณครับขอให้ท่านพบแต่สิ่งที่ดีดี่

  8. เรียนคุณ Korpot

    ฟักทองพันธุ์หนักกับพันธุ์เบาต่างกันที่อายุการเก็บเกี่ยว กล่าวคือฟักทองพันธุ์หนักอายุการเก็บเกี่ยวจะยาวนานกว่าพันธุ์เบา การเลือกพันธุ์ฟักทองว่าจะใช้พันธุ์หนักหรือพันธุ์เบานั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมของพื้นที่ หรือฤดูกาลปลูกนั้นๆ

  9. อ๊อดการเกษตร

    ช่วยบอกวิธีการรักษาลูกฟักทองที่ยังเล็กและอ่อนอยู่…ทำอย่างไรถ฿งจะไม่ทำให้มันเน่าตอนให้น้ำ ..ขอบคุณครับ

  10. สวนtadrom

    ราคาตกมากครับที่นครพนม
    อำเภอ ท่าอุเทนเฉลี่ยเเค่ 3บาทครับ

  11. สุธินีย์

    ในช่วงไหนที่ฟักทองขายแล้วได้ราคาดีคะ คือ ประมาณ 5-8 บาทขึ้นไปก็ดีแล้วคะ

  12. ทนงศักดิ์

    อยากทราบว่าฟักทองเดือนไหนราคาดีที่สุด ใครรู้ช่วยบอกที

  13. เฮียนัส(สี่มุมเมือง)

    รับซื้อและจำหน่ายฟักทอง ทั่วประเทศ โทร.086-1513151

  14. หมิว

    ช่วยบอกวิธีการรักษาลูกฟักทองที่ยังเล็กและอ่อนอยู่…ทำอย่างไรถ฿งจะไม่ทำให้มันเน่าตอนให้น้ำ ..ขอบคุณครับ

  15. หมิว

    ฟักทองปลูกยังไง

  16. เกรียงไกร

    ปลูกเยอะเหมือนกัน ขายไกล้บ้านก็พอขายได้

  17. เกรียงไกร

    ดูแลฟักทองให้เหมือนกับที่เราดูแลใครสักคนแค่นั้นรุ่ง

  18. มือใหม่หัดปลูก

    แมลงวันทองระบาดทำยังไงคับ ควรฉีดยากำจัดหรือไม่ ผมจะฉีดยากำจัดก็กลัวไม่มีแมลงผสมเกษรน่ะคับ

  19. สุภาพ

    น่าจะมีรูปประกอบเยอะๆๆ

  20. ธีรพล

    ท่านใดมีความรู้หรือเคยปลูกฟักทองพันธุ์ ทองอำไพ 342 บ้างลักษณะสายพันธุ์ของฟักทองพันธุ์นี้เป็นยังไงบ้างครับ จุดเด่น-ด้อยเป็นไงบ้างครับช่วยแนะนำหน่อย

  21. ธีรพล

    @ หมิวผมคิดว่าการรักษาฟักทองที่ลูกเล็กไม่ให้เน่า…สิ่งแรกๆๆๆควรคำนึงถึงเรื่องความชื้นและสภาพที่พื้นที่ที่เราปลูกว่าบริเวณนั้นมีการปลูกพืชซ้ำซาก และมีการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรามากน้อยเพียงใด วิธีแก้ไขเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายๆๆที่สุดคือหาวัสดุุมารองผลฟักทองไม่ให้สัมผัสกับดินโดยยตรงจำพวกกล่องโพมหรือไม้ไผ่ผ่าซีกมามาก็ใช้ได้ครับ

  22. ธีรพล

    @ มือใหม่หัดปลูก ผมคิดว่าการกำจัดแมลงวันทองสามารถที่จะใช้วิธีกลน่าจะปลอดภัยกับแมลงที่มีประโยชน์ วิธีการง่ายนำขวดน้ำอัดลมพลาสติกมาตัดบริเวณห่างจากปากขวดต่ำลงมาสัก 1คืบจากนั้นนำปากขวดเสียบเข้าไปและใช้กล้วยน้ำว้าที่สุกงอมที่สุดเป็นเหยื่อล่อใส่ไว้ในขวด และใช้ยาฆ่าแมลงจำพวก เซฟวิน 85 หรือสารกำจัดแมลงชนิดอื่นๆๆๆก้ได้สารกำจัดแมลงชนิดที่มีกลิ่นอ่อนๆๆจะใช้ได้ผลดี และน้ำขวดที่ทำขึ้นมาแขวนบริเวณแปลงก็เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผลครับ

  23. ธีรพล.

    .

  24. ธีรพล.

    การกำจัดแมลงวันทองสามารถใช้วิธีกล ในการกำจัดได้ง่ายและได้ผลคือการนำกล้วยน้ำว้าที่สุกงอมมาเป็นเยื่อล่อหรือหากมีทุนหน่อยอาจจะใช้ฟีโรโมนสำเร็จรูปที่มีเป็นตัวล่อและใช้สารกำจัดแมลงจำพวกแลนเนต เซฟวิน 85 หรืออื่นมาใส่เหยื่อหรือชุบสำลัที่เป็นตัวล่อ และทำขวดคัก โดยทำเองอาจจจะใช้วัสดุที่หาได้รอบๆๆตัวมาทำจำพวกขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลมพลาสติกมาตัดและกลับปากขวดเข้าข้างในขวดที่ข้างในโดยบรรจุเหยื่อเข้าไปข้างใน…และนำขวดไปแขวนบริเวณแปลงก้ช่วยได้เยอะครับ

  25. ธีรพล.

    #
    ทนงศักดิ์ ช่วงที่ราคาฟักทองมีราคาดีที่สุดคือช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือน กรกฏาคม – ธันวาคม ถ้าหากใครผลิตออกมาได้ในช่วงระห่วางเดือนนี้ถือว่าราคาค่อนข่างดี เพราะว่าช่วงดังกล่าวเป็นช่วงฤดูฝนการปลูกฟักทองจะได้ผลผลิตไม่ค่อยสูงเนื่องมาจากน้ำฝนจะเป้นปัยหาหลักของการผสมเกสรหากวันไหนดอกตัวเมียบ่านและโดนน้ำฝนจะผสมไม่ติดเนื่องจากละอองเกศรตัวผู้จะตายและโดนน้ำดังนั้นผลผลิตฟักทองในช่วงหน้าฝนจึงให้ผลผลิตที่ต่ำ การแก้ไขก็สามารถขึ้นอยู่กับการจัดการของเกาตรกร….คือตอนเย็นต้ิองใช้ยางรัดหรือลวดอ่อนๆๆๆมารัดดอกเพื่อตอนรุ่งเช้าดอกบานดอกจะไม่เปียกน้ำ และเกาตรกรเองตอ้งเป็นคนผสมเกสรและรัดกลีบดอกไว้เหมือนเดิมก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ดอกตัวเมียติดผลได้ในช่วงเวลาที่ฝนตกและเพิ่มผลผลิตได้..

  26. ่jojo

    ครับ..ใครเคยปลูกฟักทองพันธ์ุ จินดา (ผิวคางคก)บ้างครับ…ผมอยากทราบรายละเอียด..กรุณาด้วยครับ..

Leave a Reply

Vegetweb *สงวนลิขสิทธิ์ หากนำบทความไปใช้บนเว็บไซต์ต้องเชื่อมโยงลิ้งก์กลับมายังหน้านั้น