การปลูกกะหล่ำปลี
กะหล่ำปลีรูปหัวใจ ชื่อวิทยาศาตร์คือ Brassica oleraceae var. capitata จัดเป็น กะหล่ำปลี อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งอยู่ในวงศ์ Brassicaceae (Cruciferae) เป็นพืชข้ามฤดู แต่นิยมปลูกฤดูเดียว มีถิ่นกำเนิด แถบเมดิเตอร์เรเนียน ของทวีปยุโรป จนถึงประเทศอังกฤษ ลักษณะลำต้นที่เรียกว่า Core มีขนาดสั้นมาก ใบเดี่ยวเรียงตัวห่อ ซ้อนๆ กันหลายชั้น เกาะกันแน่น เป็นรูปโคนคว่ำ หรือหัวใจ ความแน่นของหัวขึ้นอยู่ กับการจัดเรียงตัวของใบ
กะหล่ำปลีแดง (Red Cabbage) มีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Brassica oleraceae var. rubra เป็นพืชล้มลุกสองปี มีลักษณะคล้าย กะหล่ำปลีธรรมดา แต่มีสีแดง เนื่องจากใบมีสาร anthocyanin จำนวนมาก ลักษณะลำต้นสั้นมาก ใบเดี่ยวสีแดง หนา และมีนวล ใบเรียงตัว สลับซ้อนกันแน่นหลายชั้น เรียงแน่น หัวกลมหรือค่อนข้างกลม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ดิน กะหล่ำปลีแดงสามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินที่มีลักษณะโป่ง
กะหล่ำปลี เป็นพืชที่ชอบอุณหภูมิต่ำ และความชื้นสูง อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพันธุ์ ทำให้สามารถปลูกได้ในสภาพอุณหภูมิสูงและปลูกได้ตลอดปี เช่น พันธุ์ทรอปปิคอล ดีไลท์(Tropical Delight), Ky-108 cross
สภาพดิน
กะหล่ำปลี สามารถปลูก ได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะให้ผลผลิตสูง ในดินที่มีสภาพร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี มีความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในช่วง 6.0-6.8
การเพาะกล้ากะหล่ำปลี
สามารถทำได้หลายวิธี
กะหล่ำปลี (Cabbage) เป็นพืชผักชนิดหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมเป็นพืชที่ปลูกในเขตเมดิเตอร์เรเนียนแถบยุโรป ต่อมาได้แพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทย โดยใน สมัยก่อนกะหล่ำปลี ปลูกได้ดีเฉพาะฤดูหนาวทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ต่อมาเริ่มเป็นที่ นิยมบริโภค กันทั่วไป จึงได้มีการพยายามปลูกกะหล่ำปลีนอกฤดูกันมากขึ้น และได้หาพันธุ์ทนร้อนเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย
