พอดีได้วารสารแม่โจ้ปริทัศน์ ส่งมาให้ที่บ้าน พอเห็นหนังสือเล่มนี้ แล้วผมรู้เลยว่าต้องมีผลงานทางวิชาการ มีความรู้ดีๆ และงานวิจัย ที่สรุปมาให้พร้อม ที่จะสามารถนำไปปฎิบัติได้จริง

ผมสนใจอยู่เรื่องหนึ่งคือหอยข เลยคิดว่านำมาลงบล็อกไว้ดีกว่า เผื่อมีคนสนใจนำไปใช้เลี้ยงจริง ผมสรุปวิธีการให้เลย เพราะเนื้อหาในหนังสือค่อนข้างยาว เอามาลงบล็อกทั้งหมดคงจะไม่พอ

พูดถึงหอยขม หลายคนคิดว่าเป็นอาหารสำหรับคนจน แต่ในปัจจุบันคนเืกือบทุกชั้น (บางคนอยู่คอนโดชั้น 20 ยังแอบกินแกงหอยก็มี) เขาว่าหอยขมเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยงง่าย และทนต่อสภาพน้ำเสียได้ดี จึงน่าจะเป็นสัตว์น้ำที่ควรได้รับความสนใจ ประกอบกับข้อมูลต่างๆ ทางด้านการเลี้ยงหอยขมในกระชัง เพื่อลดการเก็บหอยตามลำคลองที่น้ำไม่สะอาด และยังสร้างความปลอดภัยให้การบริโภค โดยปลอดภัยจากสารพิษตกค้างได้อีกทางหนึ่ง

หอยขม Pond snail หรือ Marsh snail หรือ River snail มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sinotaia ingallsiana จัดอยู่ในวงศ์ Vivipara และในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 6 ชนิด แต่ที่พบเห็นในปัจจุบันมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ V.doliaris, V.bengalensis, และ V.martensi

การเลี้ยงหอยขอม มีสองวิธี คือ

1. การเลี้ยงในกระชัง โดยใช้กระชังในล่อนชนิดตาถี่ ทำเป็นรูปกระชัง ขนาด 6 เมตร สูง 120 เมตร นำกระชังไปผูกในแหล่งน้ำ ด้วยการให้มุมล่าง และมุมบนของกระชังทั้งสี่ด้านยึดติดกับเสา 4 ต้น หรือเพิ่มตรงกลางความยาวของกระชัง อีกด้านละต้น รวมเป็น 6 ต้น ขอบบนของกระชังอยู่เหนือระดับน้ำ 20-30 เซนติเมตร อย่าให้ก้นกระชังติดพื้นดิน เพราะจะทำให้กันกระชังจมโคลน เมื่อผูกกระชังเรียบร้อยแล้ว ใส่ทางมะพร้าวสดขนาดยาว 1 เมตร ลงไป 1-3 ทาง พยายามอย่าให้ทางมะพร้าวทับกัน และควรผูกไว้เพื่อไม่ให้ทางมะพร้าวทับกันกระชัง อาจทำให้เกิดการฉีกขาด จากนั้นจึงใส่หอยขมขนาดใหญ่ หรือขนาดโตพอรับประทาน ลงไป 2 กิโลกรัมต่อกระชัง โดยคัดเลือกหอยขมที่ยังสด ซึ่งสังเกตได้จากการนำหอยขมไปแช่น้ำทิ้งไว้ ถ้าหอยขมคว่ำตัวติดกับภาชนะแสดงว่ายังมีชีวิตอยู่ หลังจากใส่หอยขมแล้ว วันที่สองยกทางมะพร้าวขึ้นดูจะพบว่ามีหอยขมตัวเล็กๆ เกาะติดอยู่ตามทางมะพร้าว ทางมะพร้าวที่แช่น้ำนานๆ จะเน่าเปื่อยผุพัง จึงควรเปลี่ยนทางมะพร้าวใหม่เดือนละ 2 ครั้ง หอยขมที่เลี้ยงในกระชัง จะเกาะกินตะไคร่น้ำ และซากเน่าเปื่อยอยู่ตามทางมะพร้าว ตลอดจนบริเวณด้านข้าง และก้นกระชัง โดยมิต้องให้อาหารเสริมแต่อย่างใด หลังจาก 2 เืดือน จึงทยอยคัดเลือกเก็บหอยขมตัวใหญ่ขึ้นมารับประทาน หรือจำหน่าย เพื่อไม่ให้หอยขมอยู่กันหนาแน่นเกินไป จะทำให้หอยขมเจริญเติบโตช้า

2. การเลี้ยงในร่องสวน เริ่มแรกปล่อยพันธุ์หอยขม ขนาดประมาณ 60 ตัว ต่อกิโลกรัม จำนวน 2 กิโลกรัม โดยการตัดทางมะพร้าวขนาด 1-2 เมตร ปักลงไปเป็นจุดๆ ให้ทั่วร่องสวน เมื่อทางมะพร้าวเน่าเปื่อยหรือมีตะไคร่จับ หอยขมก็จะเข้ามาเกาะ และกินตะไคร่น้ำเป็นอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องให้อาหารใดๆ ใช้ระยะเวลาเลี้ยงเพียง 6 เดือน จากจำนวนที่ปล่อย 2 กิโลกรัม ระยะเวลาการเลี้ยง 6 เดือน จะได้ผลลผลิตหอยรวมทั้งหมดประมาณ 100 กิโลกรัม

การเก็บเกี่ยวผลผลิตหอยขม

การเก็บเกี่ยวผลผลิตหอยขม สามารถกระทำได้ง่ายมาก โดยการยกทางมะพร้าวขึ้นมา หรือยกของกระชังขึ้นมา ก็จะพบหอยขมเกาะ อยู่ตามทางมะพร้าว หรือบริเวณด้านข้างของกระชัง ซึ่งทำให้สามารถคัดเลือกเก็บหอยขมได้ตามขนาด และจำนวนที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

- อย่าให้น้ำเสีย ควรดูระดับน้ำในบ่ออย่าให้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะถ้าระดับน้ำสูงเกินปากกระชัง จะทำให้หอยขมหนี ออกนอกกระชังได้
- ศัตรูที่สำคัญของหอยขมโดยเฉพาะลูกอ่อน ได้แก่ ปลาไหล ปลาดุก ตะพาบน้ำ เป็น และยาปราบศัตรูพืช ต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ด้วย

ที่มา: วารสาร แม่โจ้ปริทัศน์ ปีที่ 9 ฉบับที่ 5 ประจำเดือน กันยายน-ตุลาคม 2551 โดย บังอร เมฆะ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ. ภาควิชาส่งเสริมการเกษตร คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเม่โจ้.

ฐานข้อมูลพืชผัก

ผักตระกูลกะหล่ำ - ผักตระกูลขจร - ผักตระกูลปริก - ผักตระกูลปวยเหล็ง - ผักตระกูลกระเจี๊ยบ - ผักตระกูลกุ่ม - ผักตระกูลขิง - ผักตระกูลถั่ว - ผักตระกูลปาล์ม - ผักตระกูลผักกาดหอม - ผักตระกูลผักบุ้ง - ผักตระกูลผักหวานป่า - ผักตระกูลพริก-มะเขือ - ผักตระกูลมะละกอ - ผักตระกูลหญ้า - ผักตระกูลหอม-กระเทียม - ผักตระกูลเผือก - ผักตระกูลแครอท - ผักตระกูลแตง - ผักตระกูลแพงพวย - ผักตระกูล แห้ว - ผักตระกูลโหระพา-กระเพา - เห็ด

ฐานข้อมูลพืชผัก บทความเกษตร

พืชผัก | เกี่ยวกับเรา | ดาวน์โหลดเอกสาร | การแปรรูปอาหารจากผักและผลไม้ | เกมส์

เพื่อนบ้าน : กล้วยไม้, กล้วยไม้ไทย

Copyright 2008-2014 VegetWeb.com *สงวนลิขสิทธิ์ หากนำบทความไปใช้บนเว็บไซต์ต้องเชื่อมโยงลิ้งก์กลับมายังหน้านั้น